Categories
สัตว์น้ำ สัตว์น้ำเค็ม

พะยูน ที่มาของความอ้วนเทอะทะ น่ารัก

พะยูน ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวนชนิดหนึ่ง และสัตว์น้ำชนิดแรกของประเทศไทย ที่ได้รับการกำหนดให้เป็นสัตว์ป่าสงวน ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีรูปร่างคล้ายแมวน้ำ ที่สามารถพบได้ในทะเลเขตอบอุ่นใน พื้นที่กว้างขวาง ตั้งแต่ชายฝั่งทะเลของแอฟริกาตะวันออก ทะเลอันดามัน อ่าวไทย และโอเชียนเนีย โดยปกติแล้วพะยูนมักจะไม่ชอบอาศัยอยู่ในที่น้ำขุ่น และยังเชื่อกันอีกว่าพะยูนเคยอาศัยหากินอยู่บนบก และมีบรรพบุรุษที่ใกล้เคียงกับช้าง เมื่อราวหลายล้านปีมาแล้ว ได้มีวิวัฒนาการมาเรื่อยๆ ซึ่ง พะยูนได้ลงไปอยู่ในน้ำและไม่กลับขึ้นมาบนบกอีกเลย

พะยูน ความน่ารักของเจ้าสัตว์อ้วน

พะยูน

แนวโน้มเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ตัวอ้วนกลม ลำตัวใหญ่ และมีรูปร่างคล้ายกระสวย ตัวมีสีเทาอมชมพู บริเวณริมฝีปาก จะมีขนเหมือนหนวดของแมว มีขนาดดวงตาเล็ก แม้ว่าจะเป็นสัตว์ที่มีสายตาไม่ค่อยดี แต่จะมีหูที่เป็นรูเล็กๆไม่มีใบหู ที่มีสัมผัสไวต่อการได้ยิน เหล่าพะยูนจึงจำเป็นต้องใช้เสียงเพื่อการสื่อสาร และมีลักษณะอื่น ดังนี้

  • พะยูนมีรูจมูกที่มีลิ้นเปิดปิด ครีบทั้งสองจะดัดแปลงมาจากขาคู่หน้าทั้งสองข้าง ไว้พะยูงตัว และขุดหาอาหาร 
  • ตัวผู้บางตัวเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นจะมีฟันหน้าสองซี่เพื่อขุดอาหาร และแย่งชิงคู่ กับอีกฝ่าย ส่วนในตัวเมียจะมีนมสองเต้าขนาดเท่านิ้วก้อย ไว้สำหรับเลี้ยงลูกอ่อน
  • ใช้ปอดในการหายใจ จึงต้องหายใจบริเวณผิวน้ำ 1-2 นาที แล้วจึงดำกลับลงไปในใต้ทะเลอีกครั้ง 
  • เมื่อต้องการพักผ่อน พะยูนจะดิ่งตัวลงเป็นแนวตรงเพื่อทำการนอนพักผ่อน โดยสามารถหายใจอยุ่บนพื้นทะเลได้ถึง 20 นาทีแล้วกลับไปยังใต้น้ำทะเลอีกครั้ง 
  • ปกติแล้วพะยูน จะมีอายุยืนยาวมากราว 70-90 ปี เมื่ออายุ 9-10ปี ก็สามารถสืบพันธุ์ได้ 
  • ระยะเวลาตั้งครรภ์ของพะยูนเพศเมีย ใช้เวลา 9-14 เดือน จะมีลูกได้หนึ่งตัว ไม่เกินสองตัว ลูกพะยูนจะมีน้ำหนักตัวแรกเกิดประมาณ 15 – 20กิโลกรัม พะยูนเป็นสัตว์น้ำเลี้ยงลูกด้วยนม และจะเลี้ยงด้วยหญ้าอ่อนทะเล ประมาณ 2-3สัปดาห์ จะหย่านมเมื่ออายุประมาณ 8 เดือน โดยแม่พะยูน จะเลี้ยงลูกไปจนโตเต็มที่และมีขนาด 2เมตร ถึง3 เมตร มีน้ำหนักอยุ่ที 300 กกิโลกกิโลกรัมโดยประมาณ
พะยูน

จากการสำรวจพบว่าพะยูนกินหญ้าทะเลเป็นอาหาร และสาหร่ายทะเลอีกเล็กน้อย จะไม่เลือกหรือเจาะจงว่าเป็นหญ้าชนิดไหน ซึ่งพฤติกรรมของพะยูน จะเริ่มหากินหญ้าทะเลในช่วงน้ำขึ้น จะใช้เวลาในการหากินประมาณ 2 -3 ชั่วโมง และสลับกับการขึ้นมาหาใจบนผิวน้ำ 1-2 นาที แล้วจึงดำกลับไปกินหญ้าใต้ทะเลอีกครั้ง ซึ่งบางตัวจะหากินหญ้าบริเวณใกล้เคียงที่เดิมๆ ในขณะที่บางตัว จะว่ายน้ำเพื่อเปลี่ยนสถานที่กินหญ้าไปไกลประมาณ 1-5 เมตร ซึ่งหญ้าทะเลเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญต่อพะยูนเป็นอย่างมากแต่บางพื้นที่ ก็ประโยชน์กับชาวประมงในพื้นที่เช่นเดียวกัน ในขนาดที่น้ำลงมาก จะพบว่าพะยูนจะเปลี่ยนไปอาศัยอยู่ในร่องน้ำที่ห่างจากชายฝั่งทะเล ประมาณ 4-5 กิโลเมตร เพื่อย้ายที่พักอาศัย และแหล่งอาหาร พะยูนอาจออกมาหากินในช่วงกลางวันและกลางคืน ส่วนมากจะออกมาหาอาหาร ในช่วงน้ำขึ้นของตอนกลางคืนเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากคน และสิ่งแวดล้อม พะยูนเป็นสัตว์น้ำเลี้ยงลูกด้วยนม ซึ่งไม่มีอวัยวะที่เป็นอาวุธไว้ป้องกันตัวใดๆ มีเพียงร่างกายที่มีขนาดลำตัวใหญ่ หนังหนา เพื่อป้องกันอันตรายจากการกัด หรือโดนทำร้ายจากสัตว์อื่นๆ เช่น ฉลาม เท่านั้น

พะยูน

จากการศึกษาข้อมูลยังพบว่า การเพิ่มประชากรของพะยูนนั้นยังมีปริมาณน้อยกว่าการตาย ร้อยละ 5 ต่อปีนั้นหมายความว่า มีแนวโน้มเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์  อีกหนึ่งชนิด ในประเทศไทยพบยังสามารถพบได้ทั้งอ่าวไทย และทะเลฝั่งอันดามัน โดยพบกลุ่มใหญ่ที่สุด ในบริเวณทะเลจังหวัดตรัง รวมประชากรพะยูน ในประเทศไทยเหลือไม่มากนัก เนื่องจากสภาพอากาศและแหล่งอาหาร ที่อยู่อาศัยความอุดมสมบูรณ์ และการล่าของมนุษย์ ทำให้การผสมพันธุ์ของพะยูนลดน้อย และการตายเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย:

https://ufaball.bet เว็บแทงบอลอันดับ1

Categories
ความรู้ สัตว์จืด สัตว์น้ำ สัตว์น้ำเค็ม

สัตว์น้ำ น่ารู้ สิ่งมีชีวิตที่สำคัญอย่างหนึ่งของโลก

สัตว์น้ำเค็ม

สัตว์น้ำ น่ารู้

อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าบนโลกใบนี้มีพื้นน้ำมากกว่าพื้นดิน แต่ท่านทราบหรือไม่ว่าสัตว์น้ำทุกตัวนั้นไม่ได้อยู่แค่ในทะเล เนื่องจากยังอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำจืดรวมไปถึงหนองน้ำอื่นๆอีกด้วย และ สัตว์น้ำ หนึ่งในประเภทของสัตว์โลก  ก็ไม่ได้มีแค่สิ่งมีชีวิตที่เป็นจำพวกปลา เนื่องจากยังมีสาหร่าย ฟองน้ำและสิ่งมีชีวิตอื่นๆมากมายที่ถูกจัดอยู่ในจำแนกของ สัตว์น้ำ น่ารู้ 

สัตว์น้ำ น่ารู้ การปรับตัวต่อวิกฤติของโลก จากอยู่บนบก สู่การอพยพลงน้ำ

หลายท่านคงจะได้ยินถึงวิกฤติและสถานการณ์อุกกาบาตพุ่งชนโลกที่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่นั่นก็คือการที่ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ โดยสถานการณ์ครั้งนั้นมีผลกระทบรุนแรงต่อสัตว์และสิ่งมีชีวิตมากมายหลากหลายประเภท รวมไปถึงสัตว์เลื้อยคลานหรือสัตว์บก โดย สัตว์น้ำ น่ารู้ นั้นถือว่าเป็นสัตว์ที่มีวิวัฒนาการมาจากสัตว์เลื้อยคลานและเป็นสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังมาก่อน พยามปรับตัวและเปลี่ยนแปลงวิธีการดำรงชีวิตเพื่อให้อยู่รอดได้ในสภาพแวดล้อมในขณะนั้น จึงกลายมาเป็น สัตว์น้ำ วิวัฒนาการสูง มาหลาย 1,000,000 ปี แน่นอนว่ากว่าจะมาเป็นสัตว์น้ำทุกวันนี้ก็ถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่หลากหลายรูปแบบมากมาย เพราะสภาพแวดล้อมของบนบกและในน้ำนั้นมีความแตกต่างกันไปทำให้สัตว์เรานั้นจำเป็นจะต้องเปลี่ยนสรีระร่างกายรวมไปถึงการหากินด้วย เมื่อก่อนอาจจะมีขา จนตอนนี้ขาได้หายไปกลายเป็นคลีบและหางแทน สัตว์น้ำ สิ่งมีชีวิตในธารา ที่มีมากมายหลากหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทนั้นก็จะมีความแตกต่างกันไปในเรื่องของการดำรงค์ชีวิต รวมไปถึงแหล่งที่อยู่อาศัย เช่น

สัตว์น้ำเค็ม
  • สัตว์น้ำ หนึ่งในประเภทของสัตว์โลก ที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำจืด อาศัยอยู่ในแม่น้ำ หนอง ห้วย ที่มีความเข้มข้นของปริมาณน้ำต่ำกว่า 0.05 ลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในแหล่งน้ำนี้นั้นจะมีเกล็ดปกคลุมอยู่ทั่วตัว ซึ่งจะไม่ยอมให้น้ำซึมผ่านนอกจากบริเวณที่เป็นเหงือก จะมีการแลกเปลี่ยนก๊าซหายใจเท่านั้นที่น้ำผ่านได้ โดยธรรมชาติปลาน้ำจืดจะไม่ค่อยดื่มน้ำเลย แตกต่างจากปลาทะเลในแหล่งน้ำเค็ม เพราะปลาน้ำจืดจะไม่ทำให้ร่างกายมีน้ำมากเกินความจำเป็น
สัตว์น้ำจืด
  • สัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำเค็ม โดยจะมีลักษณะที่ไม่แตกต่างจากปลาแหล่งน้ำจืดมากนัก แต่จะมีความปรับปรุงตัวได้ดีกว่า และที่สำคัญปลาส่วนใหญ่ที่อยู่ในแหล่งน้ำเค็มเช่น มหาสมุทร ทะเล จะมีมวลกระดูกที่หนาแน่นกว่า ลอยตัวได้ดีกว่านั่นเอง

ซึ่งโลกของเรานั้นได้รับประโยชน์มากมายของการมี สัตว์น้ำ สิ่งมีชีวิตในธารา ทั้งในเรื่องของการดำรงชีพและที่สำคัญเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศต่างๆให้อยู่ในสภาวะสมดุลย์ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เราไม่มี สัตว์น้ำ น่ารู้ อาจจะทำให้ธรรมชาตินั้นเกิดความผิดปกติได้ เนื่องจากทุกอย่างต้องพึ่งพาอาศัยกันเพราะสัตว์น้ำบางชนิดช่วยทำหน้าที่ที่ส่งผลดีต่อแหล่งน้ำที่ตนเองได้เป็นอาศัยอยู่มากมาย

 

 

 

 

GCLUB จีคลับ เว็บไซต์พนันออนไลน์ บริการคาสิโนออนไลน์ 24 ชั่วโมง ด้วยระบบที่เป็นมาตรฐานระดับสากลออกแบบมาให้ใช้งานง่าย และรวดเร็ว ไว้คอยให้บริการท่าน

Categories
สัตว์น้ำ สัตว์น้ำเค็ม

ปลาแมนดาริน จอมหวงถิ่นและวิธีจีบสาวเท่ห์ๆในสไตล์แมนดาริน

สัตว์น้ำเค็ม

              ปลาแมนดาริน ( Mandarinfish ) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Synchiropus splendiddus เป็นปลาน้ำจืดที่จัดอยู่ในวงศ์ Callionynidae มีหน้าตาคล้ายปลาบู่แต่ไม่ได้อยู่วงเดียวกันกับปลาบู่ สามารถพบปลาแมนดารินในทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ฯลฯ โดยมักจะเป็นการอาศัยอยู่ตามบริเวณแนวปะการังที่มีกระแสน้ำไม่แรงมากนักและมักจะหลบซ่อนตัวอยู่ตามโขดหิน

              ปลาแมนดารินเป็นปลาน้ำจืดขนาดเล็ก เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่จะมีความยาวได้ไม่เกิน 80 เซนติเมตร โดยเป็นปลาที่มีสีสันฉูดฉาดมีสีตัดกันสลับไปมาดูสดใส มีผิวเรียบและลื่น ยิ่งในช่วงที่มีการผสมพันธุ์หรือมีการต่อสู้กันปลาแมนดารินตัวผู้จะแสดงสีสันที่ชัดเจนมากกว่าช่วงเวลาปกติ นอกจากนี้เรายังสามารถสังเกตเพศของปลาแมนดารินได้โดยให้สังเกตที่บริเวณครีบหลัง ซึ่งตัวผู้จะมีครีบหลังที่ยาวยื่นออกมาให้เห็นได้ชัดเจน ส่วนตัวเมียจะไม่มีครีบหลัง

การหาอาหารและวิธีการเอาตัวรอดตามสไตล์ของปลาแมนดาริน

              อาหารของปลาน้ำจืดชนิดนี้จะเป็นจำพวกสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังขนาดเล็ก โดยมันจะใช้ครีมบริเวณท้องซึ่งเป็นครีบที่มีขนาดใหญ่ช่วยพยุงตัวคลานไปตามพื้นทะเลเพื่อหาอาหาร และมีครีบบริเวณหางช่วยในการบังคับทิศทาง เมื่อมันต้องเผชิญอันตรายมันจะปล่อยเมือกพิษออกมาเพื่อป้องกันตัวจากศัตรูหรือจากปลาที่มีขนาดใหญ่กว่า 

              ปลาแมนดารินมักจะแสดงนิสัยก้าวร้าวออกมาโดยเฉพาะเวลาที่ต้องการรักษาอาณาเขตของตนจากปลาชนิดเดียวกัน โดยมันจะกางครีบออกมาให้ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้และพยายามขับสีผิวให้มีสีเข้มที่สุดเพื่อที่จะทำการข่มขู่ฝ่ายตรงกันข้าม แต่หากมีการต่อสู้เกิดขึ้นมันจะปล่อยเมือกพิษออกมาทำลายคู่ต่อสู้ในทันที 

วิธีการจีบสาวและการผสมพันธุ์ของปลาแมนดาริน

              จัดว่าเป็นปลาน้ำจืดที่มีวิธีการจีบสาวที่สุดแสนจะอ่อนหวานมากเลยทีเดียว ช่างแตกต่างกับพฤติกรรมเวลาที่ต้องปกป้องอาณาเขตโดยสิ้นเชิง โดยเจ้าปลาแมนดารินตัวผู้จะพยายามทำตัวให้มีสีสันสวยงามขึ้นมากกว่าในช่วงเวลาปกติอย่างเห็นได้ชัด และจะจีบโดยใช้วิธีว่ายน้ำเกี้ยวสาวไปรอบๆเพื่อให้สาวๆได้ชื่นชมความงดงามของตนเหมือนกับจะพยายามทำตัวให้สาวๆหลงเสน่ห์ยังไงอย่างงั้น เมื่อตัวเมียมีใจจะปล่อยไข่ออกมาและไข่จะลอยไปตามกระแสน้ำตัวผู้จึงจะทำการปล่อยน้ำเชื้อเข้าไปผสม

              หลังจากนั้นจะใช้เวลาเพียง 14 ชั่วโมงเท่านั้นในการฟักไข่โดยปริมาณอุณหภูมิที่เหมาะสมคือ 28 องศา โดยเมื่อลูกปลาถึงเวลาที่จะต้องออกมาสู่โลกภายนอก มันจะใช้หัวดันเปลือกไข่ออกมาทีละนิดๆ จนสามารถหลุดออกมาได้ในที่สุด

 

Categories
สัตว์น้ำ สัตว์น้ำเค็ม

ปูแมงมุมญี่ปุ่น ปูที่มีขายาวที่สุดในโลก

สัตว์น้ำเค็ม

        เมื่อนึกถึงปูหลายๆคนอาจจะนึกถึงเมนูอาหารที่แสนอร่อยและอาจจะเป็นของโปรดของใครหลายๆคนด้วยนะคะ   ปูเป็นสัตว์น้ำที่มีลักษณะทางกายภาพคือ  มีกระดองหุ้มตัว  ไม่มีกระดูกสันหลัง  มี 10 ขา  มีมากกว่า 1,000 สายพันธุ์ ทั่วโลก  ในแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีขนาดแตกต่างกันออกไปและมีสีสันที่แตกต่างกันออกไปตามลักษณะของสายพันธุ์   วันนี้เราจะพามาดูสายพันธุ์ที่ได้รับการกล่าวถึงว่าเป็น  “ สายพันธุ์ที่มีขายาวมากที่สุดในโลก ” จะยาวขนาดไหนไปดูกันเลยค่ะ

มารู้จักกับปูแมงมุมญี่ปุ่น  สัตว์ที่มีขายาวที่สุดในจำพวกสัตว์ขาปล้อง

         ปูแมงมุมญี่ปุ่น ( Japanese spider crab ) ชื่อภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า ทาคาชิกามิ   จัดอยู่ในสกุล Macrocheira  เมื่อโตเต็มที่จะมีน้ำหนักตัวโดยเฉลี่ยราวๆ 20 กิโลกรัม  มีขนาดลำตัวกว้างประมาณ 30-40 เมตรและยาวประมาณ 20 ซ.ม.  ส่วนขามีความยาวมากถึง 5.5 เมตร จึงถือว่าเป็นสัตว์ที่มีขายาวมากที่สุดในจำพวกสัตว์ที่มีขาปล้อง   ลำตัวมีสีส้มแต้มด้วยจุดสีขาวเป็นลายตามตัว  โดยตัวเมียจะมีส่วนขาและส่วนก้ามที่สั้นกว่าตัวผู้   มันเป็นสัตว์ที่มีนิสัยอ่อนโยนแม้จะมีลักษณะดุร้ายก็ตาม 

แหล่งที่อยู่อาศัยที่สามารถพบได้บ่อยๆและการเอาตัวรอด

          มักจะพบปูแมงมุมญี่ปุ่นได้ในน่านน้ำของประเทศญี่ปุ่น  บริเวณชายฝั่งทางตอนใต้ของเกาะฮนชูและอ่าวโตเกียวยาวลงมาจังหวัด คาโกชิมะ และจบที่ประเทศไต้หวัน   โดยสามารถพบได้ในน้ำที่มีอุณหภูมิ 10-13 องศา  ที่ความลึก50-600 เมตร   เจ้าปูขายาวนี้มีปุ่มหนามและกระดองที่แข็งแรงเพื่อให้มันสามารถป้องกันตัวเองจากอันตรายได้   มันมักจะอำพรางตัวโดยการซ่อนตัวภายใต้ฟองน้ำ  สัตว์อื่นๆที่อยู่รอบๆตัว  รวมถึงทำตัวให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมรอบๆตัว   ซึ่งการที่เปลือกของมันขรุขระไม่เรียบเนียนก็ทำให้มันได้เปรียบในการพรางตัวโดยเฉพาะการพรางตัวอยู่ตามโขดหินใต้น้ำ   มันมักจะออกหากินในเวลากลางคืนโดยการซุ่มดักจับสัตว์ตัวเล็กๆมาเป็นอาหาร  ถึงอย่างไรก็ตามมันก็ยังคงถูกมนุษย์ล่าเพื่อนำมาเป็นอาหารในเมนูจานพิเศษอยู่ดี   นั่นก็เพราะว่ามันมีรสชาติที่อร่อย  เนื้อแน่น  มีรสหวาน  จึงทำให้มีการล่ามันมาเพื่อจำหน่ายกันอย่างแพร่หลายในราคาที่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียวและไม่แน่ว่าในอนาคตหากยังมีการนิยมล่าอยู่แบบนี้อาจทำให้มันสูญพันธุ์ก็ได้

 

Categories
ความรู้ สัตว์น้ำ สัตว์น้ำเค็ม

ปลานกแก้ว ปลาทะเลสีสวยและวิธีการกางมุ้งนอนที่ไม่เหมือนใคร

สัตว์น้ำเค็ม

ปลานกแก้ว

ปลานกแก้ว ปลาทะเลสีสวยและวิธีการกางมุ้งนอนที่ไม่เหมือนใคร

 

ปลานกแก้ว ( Parrotfishes ) เป็นปลาทะเลที่มีสีสันสดใสและมีความโดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ ด้วย  ลักษณะลำตัวแบนเรียว เกล็ดเรียงสวยหลากหลายสีสัน สามารถมองเห็นได้ชัดในระยะไกล เมื่อโตเต็มที่จะมีขนาดราวๆ 30-40 เซนติเมตร จัดว่าเป็นปลาที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ในบรรดาปลาทะเลที่มีสีสันสวยงามด้วยกัน  มีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะคือ จะมีฟันเรียงติดกันเป็นแผงยื่นออกมาข้างนอกทั้งบนและล่าง  โดยจะเรียงซ้อนกันสองแถวทั้งบนและล่าง ทำให้ปากมีลักษณะเป็นจะงอยยื่นออกมาเหมือนปากนกแก้ว จึงเป็นที่มาของชื่อว่า “ปลานกแก้ว ”  

นอกจากนี้ยังมีลักษณะอื่นๆที่คล้ายนกอีก เช่น การมีสีสันที่หลากหลายและเด่นชัด สามารถมองเห็นได้ในระยะไกล  และมีลักษณะการว่ายน้ำที่คล้ายๆกับลักษณะการกางปีกบิน คือจะมีการกางคลีบที่อยู่ข้างลำตัวและหุบเข้า-ออก ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆเพื่อช่วยในการเคลื่อนไหว ดูแล้วก็เป็นความงดงามที่คล้ายนกกางปีกบินนั่นเอง

ปลานกแก้ว-1

วิถีการใช้ชีวิตของปลานกแก้ว

ปลานกแก้วมักอาศัยอยู่ตามท้องทะเลที่มีสภาพแวดล้อมและแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์ มีน้ำใสสะอาด เจ้าปลาทะเลชนิดนี้หากินโดยการใช้ฟันที่แหลมและแข็งแรงแทะกินสาหร่ายที่งอกอยู่ตามแนวปะการังต่างๆ  รวมถึงใช้ฟันขูดกินผิวปะการังขนาดเล็ก  โดยมีระบบกระเพาะอาหารที่สามารถคัดแยกสาหร่ายและฝุ่นผงออกจากกันได้ จากนั้นจึงขับถ่ายออกมา มีการวิจัยพบว่าปลานกแก้วที่มีน้ำหนักตัวอยู่ที่ประมาณ 1 กิโลกรัม สามารถผลิตฝุ่นทรายได้มากถึง 1 ตัน เลยทีเดียว ปลาชนิดนี้จึงมีความสำคัญต่อระบบนิเวศของท้องทะเลอีกชนิดหนึ่ง 

ในส่วนของการผสมพันธุ์จะสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปี แต่จะมีช่วงที่สูงที่สุดคือ ในช่วงฤดูร้อน ระหว่างเดือนมิถุนายน-เดือนสิงหาคม เมื่อมีอายุระหว่าง 2-4 ปี โดยเมื่อปฏิสนธิแล้วพวกมันจะจับคู่กันและตัวเมียจะปล่อยไข่ให้จมลงในน้ำ  จากนั้นจะฟักตัวภายใน 25 ชั่วโมงและจะเริ่มออกหาอาหารได้ใน 3 วันให้หลัง  สังเกตว่าเจ้าปลาทะเลชนิดนี้มีการเจริญเติบโตที่รวดเร็วมากๆ และต้องเอาตัวรอดด้วยตัวเองตั้งแต่เกิด  เมื่อยังเล็กมันจะกินพวกพืชและสัตว์ตัวเล็กๆ เข้มแข็งจริงๆนะ..   

ปลานกแก้ว

วิธีการนอนของปลานกแก้ว  “ นอนยังไงให้ไร้การรบกวน ”

เมื่อออกหากินมาตลอดทั้งวันแล้ว  ตกกลางคืนเจ้าปลานกแก้วก็จะนอนพักผ่อนเอาแรงบ้าง  ซึ่งปลาทะเลชนิดนี้มีวิธีการนอนที่น่าทึ่งมากๆ โดยมันจะมองหาทำเลที่นอนตามซอกหินหรือซอกปะการังที่เหมาะสม  จากนั้นมันจะเข้าไปจับจองหาที่นอนและกางมุ้งนอนค่ะ  ใช่ค่ะ..มันกางมุ้งนอนเพื่อป้องกันอันตรายและการรบกวนจากปรสิตต่างๆ โดยมันจะปล่อยเมือกเหนียวๆออกมาคลุมตัวเองเอาไว้ หากมีศัตรูจะเข้ามาทำร้ายมันจะรู้สึกตัวได้ในทันทีและเผ่นหนีเอาตัวรอดได้ทันทีเลยล่ะค่ะ เป็นการใช้ชีวิตที่รอบคอบจริงๆนะเนี่ย!

Categories
ความรู้ สัตว์น้ำ สัตว์น้ำเค็ม

ทากทะเลสีน้ำเงินตัวจิ๋ว สัตว์มีพิษผู้ไม่สามารถสร้างพิษเองได้

สัตว์น้ำเค็ม

ทากทะเล

ทากทะเลสีน้ำเงิน ( Sea swallow blue )  มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Glaucus Atlanticus   เป็นสัตว์ตระกูลเดียวกันกับหอยที่อาศัยอยู่ในทะเลลึก   จริงๆแล้วมันก็คือ “ ทากทะเล ” นั่นล่ะค่ะ   เจ้าตัวนี้มีสีน้ำเงินหน้าตาประหลาดแต่สวยงาม  ไม่มีกระดูกสันหลัง  เมื่อโตเต็มวัยจะมีขนาดราวๆ 3 เซนติเมตร   ซึ่งถือว่ามีขนาดค่อนข้างเล็กมากเลยทีเดียว  เห็นเล็กๆแบบนี้พวกมันมีนิสัยดุร้ายและมีพิษที่รุนแรงมากเลยล่ะค่ะ   แต่แปลกที่มันกลับไม่สามารถสร้างพิษเองได้   พิษที่เราเห็นพวกมันปล่อยออกมานั้นล้วนแล้วแต่เป็นพิษที่มาจากสัตว์พิษชนิดอื่นๆที่มันได้กินเข้าไป  จากนั้นมันก็จะทำการเปลี่ยนผันเอาพิษนั้นมาเก็บสะสมไว้ในร่างกายเพื่อเอาไว้ใช้งานต่อไป    น่าทึ่งกว่านั้นก็คือมันสามารถสะสมเก็บพิษเอาไว้ได้เป็นเวลานานและทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆด้วย   เมื่อโดนพิษของมันอาจะทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยพิษมีความรุนแรงจนเรียกได้ว่าเจ้าตัวนี้เป็น “ หนึ่งในสัตว์ที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก ” ก็ว่าได้   โดยพิษของมันจะเข้าไปทำลายระบบการทำงานของหัวใจ  ระบบประสาท  และเซลล์ใต้ผิวหนังซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้  อาการเมื่อถูกพิษ คือ ปวดหัว คลื่นไส้  อาเจียนมีอาการผิวหนังอักเสบรุนแรง   หากเผลอไปโดนพิษมาเข้าแนะนำว่าควรรีบไปหาหมอโดยเร็วที่สุด

ทากทะเล-1

วิถีการดำรงชีวิตของทากทะเลสีน้ำเงินที่แสนชาญฉลาด

นอกจากจะมีพิษร้ายแรงแล้วลักษณะปละพฤติกรรมในการดำรงชีวิตของมันก็มีความแตกต่างจากตัวทากทะเลทั่วๆไป  กล่าวคือโดยมากพวกทากทะเลก็จะอาศัยอยู่ตามแนวปะการังหรือก้นทะเล  แต่เจ้าตัวนี้กลับลอยตัวอยู่บนผิวน้ำโดยใช้วิธีที่แสนฉลาดคือมันจะกลืนเอาอากาศไปสะสมไว้ในถุงลมที่อยู่ข้างตัว  เพื่อให้ช่วยในการพยุงตัวและปล่อยให้ตัวมันไหลไปตามกระแสน้ำ  ทั้งนี้มันมีเหตุผลสำคัญคือเพื่อให้มันสามารถหาฝูงแมงกะพรุนไฟหรือสัตว์พิษชนิดอื่นที่ลอยผ่านมาได้ง่ายขึ้นนั่นเอง  เห็นแบบนี้แล้วดูเหมือนว่ามันมีเป้าหมายอยู่ที่การสะสมพิษไปเรื่อยๆเพื่อให้ตัวมันเองแข็งแกร่ง 

 

ทากทะเล-2

เทคนิคการพลางตัวเพื่อเอาตัวรอด

สิ่งที่เห็นชัดเจนอีกอย่างหนึ่งคือมันจะพลางตัวโดยการลอยน้ำกลับหัวเอาส่วนท้องที่มีสีฟ้ามาไว้ด้านบนผิวน้ำ   เมื่อกระทบกับแสงแดดจะช่วยพรางตามันจากอันตรายที่จะมาจากเหล่านักล่าทั้งใต้ทะเลและจากบนท้องฟ้าได้  เรียกเทคนิคแบบนี้ว่า Countershading    แต่แม้ว่ามันจะเป็นสัตว์ที่มีพิษร้ายแรงและสามารถพรางตัวได้เก่งจนน่าทึ่งมากแค่ไหนก็ตาม   ในปัจจุบันทากทะเลสีน้ำเงินก็ได้ถูกจัดให้เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Categories
สัตว์น้ำ สัตว์น้ำเค็ม

แมงกะพรุนสัตว์ทะเลอันตรายที่ห้ามเข้าใกล้

สัตว์น้ำเค็ม

เราคงรู้จักกันดีว่าเป็นสัตว์น้ำที่ไม่มีกระดูกสันหลัง เนื้อตัวของแมงกะพรุนนั้นค่อนข้างใสดูเหมือนจะไม่มีอันตรายและไม่มีพิษสงแต่อย่างใด แต่ด้วยความที่ดูไม่อันตรายแบบนี้ใครที่เคยได้โดนสัมผัส ใครที่เคยโดนพิษร้ายจากแมงกะพรุนก็คงจะรู้ดีว่าความสวยงามของแมงกะพรุนนั้น สามารถฆ่าชีวิตของเราได้ด้วยเช่นกันหลายคนประมาทเข้าใกล้แมงกะพรุนหรือว่าไปสัมผัสกับแมงกะพรุนแล้วไม่รีบทำการรักษา ไม่รีบทำการล้างพิษของมันออกก่อนกว่าจะรู้ตัวอีกครั้งก็กลายเป็นแผลพุพองเหมือนโดนน้ำร้อนลวก บางรายรุนแรงเหมือนโดนน้ำกรดเกิดเป็นแผลเวอะหวะรักษากันนานแรมเดือนก็มีมาแล้ว

แมงกะพรุนสามารถกินได้

แต่ในความอันตรายของแมงกะพรุนก็ยังมีแมงกะพรุนบางประเภทสามารถนำมาเป็นอาหารรับประทานกันได้ โดยส่วนใหญ่แล้วเราจะนำแมงกะพรุนนั้นมาทำการดอง ทำการขจัดพิษในตัวของมันออกเสียก่อน ถึงจะนำมารับประทานเป็นอาหารได้ แต่ก็ใช่ว่าแมงกะพรุนทุกชนิดจะสามารถกินได้ทั้งหมด มีเพียงไม่กี่สายพันธุ์เท่านั้นที่เราสามารถนำมาเป็นอาหารรับประทานกันได้ สำหรับคนที่เคยได้กินแมงกะพรุนแล้วก็คงจะรู้กันดีถึงความเอร็ดอร่อย เคี้ยวแล้วได้รสสัมผัสที่กรุบกรอบเคี้ยวสนุก ยิ่งถ้าได้แมงกะพรุนคุณภาพดีและร้านปรุงรสที่เด็ดขาด ก็ยิ่งชวนให้หลงใหลเป็นอย่างมาก หลายคนที่ยังไม่เคยได้กินหรือไม่กล้าที่จะลองอยากจะอธิบายว่าแมงกะพรุนนั้นรสสัมผัสคล้ายกับเห็ดหูหนูขาว มีความกรุบกรอบแต่รสชาตจะดีกว่ามาก บางคนติดใจถึงขนาดที่ว่าต้องหากินกันให้ได้ในทุกอาทิตย์กันเลย

แมงกะพรุนคือสัตว์โลกล้านปี

มีคำถามเกิดขึ้นมาอย่างยาวนานว่าแมงกะพรุนนั้นเป็นสัตว์ที่กำเนิดอยู่ในยุคไหน มีนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการทดสอบและสืบหาประวัติการกำเนิดของแมงกะพรุนมาอย่างยาวนาน และก็พอได้คำตอบกันมาว่าแมงกะพรุนนั้นเป็นสัตว์โลกล้านปีที่น่าจะอยู่ก่อนในยุคไดโนเสาร์ เพราะแมงกะพรุนนั้นสามารถปรับตัวอยู่ในน้ำทะเลได้ในทุกสภาพสภาพ แถมมีการขยายตัวมีการขยายพันธุ์กันอย่างรวดเร็ว ทำให้แมงกะพรุนนั้นไม่มีวันที่จะสูญพันธุ์ไปจากโลกนี้อย่างแน่นอน

แมงกะพรุนอาศัยอยู่ในท้องทะเล

บางคนที่ไม่แน่ใจในเรื่องของแมงกะพรุนว่ามีพิษอันตรายมากน้อยเพียงใด คิดว่าการว่ายน้ำในทะเลแล้วได้เจอแมงกะพรุนนั้นเป็นเรื่องที่โชคดี เราเห็นแมงกะพรุนห่างจากเราพอประมาณแล้วได้ว่ายน้ำตามเพื่อดูความสวยงามของแมงกะพรุนแต่นั่นก็เป็นความคิดที่ผิดมหันต์เพราะแมงกะพรุนนั้นจะมีเส้นใยบางๆและมีสารพิษตกค้างระหว่างทางที่แมงกะพรุนได้ว่ายน้ำผ่าน บางคนที่แพ้มากเพียงแค่ได้โดนละอองเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ปวดแสบปวดร้อนต้องรักษากันนานแรมเดือนเลยก็มี ทางที่ดีอยู่ให้ห่างจะปลอดภัยเป็นที่สุด

Categories
สัตว์น้ำ สัตว์น้ำเค็ม

หอยเต้าปูนเป็นหอยอะไร สามารถกินได้หรือไม่

สัตว์น้ำเค็ม

หอยเต้าปูนหลายคนอาจจะยังไม่รู้จักชื่อเรียกได้ว่าชื่อนี้ไม่คุ้นหูกันเลย คำถามแรกที่ทุกคนนั้นจะถามกันขึ้นมานั่นก็คือหอยเต้าปูนนั้นกินได้เหมือนหอยปกติหรือไม่ คำถามทักมาก็จะถามต่อกันมาว่าหน้าตาของหอยชนิดนี้เป็นเช่นไร โดยส่วนใหญ่แล้วคนเรามักจะรู้ว่าหอยเกือบจะทุกชนิดเราสามารถนำมารับประทานเป็นอาหารกันได้ แต่ก็มีหอยบางชนิดที่เราไม่สามารถจะนำมารับประทานอาหารได้ด้วยเช่นกันอย่างเช่นเจ้าหอยเต้าปูนเป็นหลัก หอยชนิดนี้มีพิษร้ายแรงจนไม่อยากจะเชื่อว่าผิดของตัวมันนั้นจะสามารถฆ่าชีวิตมนุษย์กันได้เลยทีเดียว

เคลื่อนที่ว่องไวจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นหอย

หอยทุกชนิดนั้นการขึ้นตัวจะใช้การเคลื่อนตัวแบบช้าๆ แต่งสำหรับหอยเต้าปูนก็ไม่ได้บอกว่าจะสามารถเคลื่อนตัวได้ไวกว่าปกติแต่สิ่งที่ว่องไวเกินกว่าที่พวกเราจะคิดกันได้นั่นคือการหาอาหารหรือการจับเหยื่อของหอยเต้าปูน หอยเต้าปูนนั้นมีความเร็วในการจับเหยื่อเป็นอย่างมาก ด้วยความเร็วที่ไวพอๆกับการกระพริบตาของเราก็สามารถที่จะใช้อาวุธอันสำคัญของตัวหอยนั้นจัดการให้กับเหยื่อหมดสติและสลบลงไป ไม่น่าเชื่อว่าจะมีหอยที่สามารถจับเหยื่อได้รวดเดียวได้ขนาดนี้

ความพิเศษเหนือกว่าหอยธรรมดา

หอยเต้าปูนจัดว่าเป็นหอยที่มีความพิเศษเป็นอย่างมาก สีสันที่สวยงามทำให้หลายคนเข้าใจว่าความสวยงามของมันนั้นไม่น่าจะมีพิษสงแต่อย่างใด แต่ความที่เราหลงใหลกับความสวยงามแบบนี้มักจะมีพิษสงซ่อนอยู่ในตัวเสมอ หอยเต้าปูนมีเข็มพิษที่อันตรายสามารถฆ่าชีวิตมนุษย์ได้ถ้าเราไม่รู้ทันมันเสียก่อน เข็มพิษที่หอยเต้าปูนนั้นสามารถทิ่มแทงตัวเราได้ถ้าเปรียบเทียบกันให้เห็นภาพได้ชัดพิษของมันมีความรุนแรงไม่แพ้กับอสรพิษเลยเช่นกัน นั่นเป็นการบอกว่าสิ่งใดที่สวยงามดูแล้วไม่น่าจะมีพิษสงจำเป็นจะต้องระวังเอาไว้ ยิ่งสวยงามเท่าไหร่ยิ่งมีพิษร้ายเท่านั้น

หอยเต้าปูนไม่ใช่หอยน้ำจืด

หอยเต้าปูนจะอาศัยอยู่ในท้องทะเลไม่ได้เจอได้ตามน้ำจืดหรือห้วยหนองคลองบึงอย่างแน่นอน เราจึงไม่ต้องระวังตัวเวลาที่ลงน้ำจืดหรือตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ถ้าเกิดว่าไปเที่ยวที่ทะเลก็ต้องระวังไว้เสียหน่อยท่องไว้อย่างสั้นๆว่าของอะไรที่ดูสวยเกินไปมักจะมีพิษร้ายอย่าเข้าใกล้เป็นอันดี หอยชนิดนี้ดูแล้วน่าจะเป็นแค่สัตว์ธรรมดาแต่ความดุร้ายของเขาอีกอย่างนั้นก็คือเขากินทุกอย่างไม่เลือกหน้า ไม่ว่าจะกินปลาเล็กหรือหอยที่ตัวเล็กกว่าเขาก็จับมาเป็นอาหารได้ทั้งนั้น ถือว่าเป็นสัตว์ที่อยู่ในระบบนิเวศชั้นสูงเลย

Categories
สัตว์น้ำ สัตว์น้ำเค็ม

เชื่อหรือไม่ว่า โลมามันไม่ใช่ปลาแต่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

สัตว์น้ำเค็ม

โลมาหรือที่หลายชอบเรียกว่าปลาโลมาที่จริงแล้วชื่อของเขานั้นเรียกกันให้ถูกต้องต้องเรียกว่าโลมา โลมาเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในน้ำเค็มและเป็นสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนม หลายคนอาจจะสงสัยว่าอยู่ในน้ำทะเลเค็มขนาดนั้นจะเลี้ยงลูกด้วยนมได้เช่นไร ปราสาทรับรู้ของสัตว์แต่ละชนิดนั้นไม่เหมือนกันการเลี้ยงลูกด้วยการใช้น้ำนมเลี้ยงนั้นก็มีสารอาหารชนิดพิเศษที่ระหว่างปลาโลมาด้วยกันเท่านั้นจะเข้าใจ จึงเป็นเรื่องที่น่าแปลกอย่างมากสัตว์น้ำที่หลายคนคิดว่าไม่น่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมได้ แต่ก็มีข้อยกเว้นสำหรับโลมาด้วยเช่นกันแล้วเรามาดูกันว่าโลมาเป็นสัตว์ที่ดุร้ายมากน้อยขนาดไหนหลายคนถึงได้ตั้งข้อสงสัยกัน

โลมาเป็นสัตว์ที่ดุร้ายจริงหรือไม่

โลมาเป็นสัตว์ที่เราไม่ได้ต้องการทำมาเป็นอาหารสมัยก่อนโลมาถ้าเกิดว่ามีการติดกวนหรือติดแหขึ้นมาที่บนเรือ ก็จะถูกฆ่าทิ้งโยนลงทะเลกลับคืนสู่อย่างเก่า เป็นเรื่องที่น่าสงสารเป็นอย่างมากหลายคนเกิดคำถามว่าเพราะโลมาดุร้ายหรือถึงได้ทำร้ายมันเช่นนั้น ความเป็นจริงไม่ได้ดุร้ายอย่างใดแต่เป็นสัตว์น้ำที่น่ารักน่าเอ็นดูเป็นอย่างมาก แต่ที่เราชอบทำเช่นนั้นเพราะว่ามีจำนวนมากและชอบเข้ามากินปลาที่เขาได้วางอวน ว่าไงดักปลาเอาไว้ก็เลยทำไปยังไม่คิดเช่นนั้น

ความน่ารักของโลมาไม่มีที่สิ้นสุด

เป็นสัตว์ที่น่ารักเป็นอย่างมากหลายคนที่ได้เห็นตามท้องทะเล เพียงแค่ได้เห็นโลมาโผล่ขึ้นมาก็มีรอยยิ้มเกิดขึ้นบนแก้มเราเป็นที่เรียบร้อย หน้าตาของโลมานั้นดูแล้วเป็นมิตรเป็นอย่างมากแถมเป็นสัตว์น้ำที่เชื่องชอบว่ายบนตามเรือ มีเรื่องเล่าต่างๆนานาว่าเมื่อไหร่พี่เกิดเหตุอันตรายกลางทะเลก็จะมีเหล่าปลาโลมามาช่วยเหลืออยู่เสมอ ถึงขนาดที่ว่ามีการนำปลาโลมามาสร้างเป็นหนังสารคดี สัตว์น้ำประเภทนี้เราควรต้องอนุรักษ์เอาไว้ รวมถึงสัตว์น้ำประเภทอื่นๆที่มีความน่ารักและไม่เป็นพิษเป็นภัยเราก็ควรจะอนุรักษ์เอาไว้ด้วยเช่นกัน

โลมากำลังจะหายไปจากโลกนี้

ปัจจุบันโลมาค่อยๆจางหายไปจากท้องทะเล อาจจะด้วยการโดนลักลอบล่าสัตว์ หรือไปติดควรติดแผลของชาวบ้านชาวเรือแล้วไม่สามารถจะหลุดหนีไปได้ก็ทำให้ต้องเสียชีวิตกันไป รวมถึงสัตว์น้ำชนิดอื่นที่ชาวบ้านไม่ค่อยได้ดูแลปล่อยให้อ้วนหรือหาที่ขาดหลุดลอยทิ้งตามทะเลแล้วไปเกี่ยวกับสัตว์น้ำชนิดอื่นทำให้เกิดความเสียหายได้ก็มีอีกไม่น้อยด้วยเช่นกัน ควรหันมาใส่ใจเกี่ยวกับท้องทะเลเพิ่มขึ้น ไม่จำเป็นจะต้องดูเฉพาะโลมาแต่เพียงอย่างเดียว ถ้าเราดูแลท้องทะเลเหมือนกับบ้านของเราสัตว์น้ำทุกชนิดในท้องทะเลก็จะกลับคืนมาเหมือนแต่ก่อน

Categories
สัตว์น้ำ สัตว์น้ำเค็ม

วาฬสีน้ำเงิน พี่เบิ้มแห่งโลกใต้ทะเล

สัตว์น้ำเค็ม

วาฬสีน้ำเงิน พี่เบิ้มแห่งโลกใต้ทะเล

คุณรู้หรือไม่ว่า วาฬสีน้ำเงิน หรือ ปลาวาฬสีน้ำเงิน ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นพี่เบิ้มใหญ่แห่งท้องทะเล แม้ว่าพวกมันจะอาศัยอยู่ใต้ท้องทะเลลึก แต่ในความจริงแล้ววาฬสีน้ำเงินมีบรรพบุรุษที่เป็นสัตว์บกสี่ขาก่อน แต่ถ้าเรื่องนี้ยังทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้นไม่พอ หากเราจะบอกคุณว่าวาฬสีน้ำเงินเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ แม้แต่ไดโนเสาร์ก็ยังมีขนาดเล็กกว่าพวกมันเสียอีก

ประวัติของวาฬสีน้ำเงิน

ประวัติของวาฬ : วาฬเป็นสัตว์ทะเลที่มีบรรพบุรุษมาจากสัตว์ 4 ขา ตั้งแต่เมื่อ 65 ล้านปีก่อน

จากที่เรารู้กันอยู่แล้วว่า วาฬสีน้ำเงิน เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่สุดในท้องมหาสมุทร พวกมันถูกจัดอยู่ในกลุ่มวาฬบาลีน ที่มีแผ่นกระดูกไว้คอยกรองอาหารจากน้ำทะเล ซึ่งอาหารของวาฬสีน้ำเงินได้แก่ แพลงตอนหรือสัตว์ทะเลขนาดเล็ก และแน่นอนพวกมันถูกจัดอยู่ในกลุ่มวาฬที่ไม่มีฟัน จากประวัติของวาฬที่ค้นพบว่า วาฬเป็นสัตว์ทะเลที่มีบรรพบุรุษมาจากสัตว์ 4 ขา ตั้งแต่เมื่อ 65 ล้านปีก่อน จนถึงเมื่อ 10 ล้านปีก่อนพวกมันกลายเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และด้วยวิวัฒนาการของวาฬทำให้พวกมันกลายเป็นสัตว์น้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกจนถึงปัจจุบัน และด้วยการที่วาฬเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ออกลูกเป็นตัว ใช้เวลาการตั้งท้องเป็นปี ที่ทำให้เราเชื่อว่า วาฬ ไม่ได้เป็นปลา เหมือนที่หลายๆ คนเรียกพวกมันจนติดปากว่า ปลาวาฬ

วาฬสีน้ำเงิน

าฬสีน้ำเงินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีความยาวถึง 34 เมตร

เคยมีการค้นพบวาฬสีน้ำเงินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีความยาวถึง 34 เมตร และมีน้ำหนักได้ถึง 200 ตัน นั่นทำให้เราจะสามารถเจอพวกมันได้ตามท้องมหาสมุทรขนาดใหญ่ ทั้งมหาสมุทรแปซิฟิก มหาสมุทรแอตแลนติก ไปจนถึงมหาสมุทรอินเดีย หากจะทำให้คุณจิตนาการได้ถึงขนาดอันมโหฬารของมัน คุณอาจจะนึกถึงน้ำหนักลิ้นของมันที่เทียบเท่ากับน้ำหนักของช้างตัวใหญ่ๆ หนึ่งตัวแล้ว หรือขนาดของหัวใจวาฬสีน้ำเงิน ที่ใหญ่พอให้มนุษย์ลงไปว่ายน้ำได้ และแม้ว่า วาฬสีน้ำเงิน จะกินแพลงตอนที่เป็นสัตว์ทะเลตัวเล็กเป็นอาหาร แต่พวกมันสามารถกินแพลงตอนได้ถึง 4 ตันต่อวันเลยทีเดียว

ถึงแม้ว่าวาฬสีน้ำเงินจะเป็นพี่เบิ้มที่น่าเกรงขามแห่งท้องทะเล แต่พวกมันก็ยังคงถูกมนุษย์ล่า ทั้งเพื่อเอาไขมันหรือน้ำมันมาใช้เป็นอาหารไปจนถึงการล่าเป็นประเพณี ที่ทำให้จำนวนประชากรวาฬสีน้ำเงินลดลงอย่างน่าตกใจ นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้กลุ่มอนุรักษ์วาฬต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อคุ้มครองกลุ่มวาฬที่เหลืออยู่ ไปจนถึงเพื่อรักษาระบบนิเวศของท้องมหาสมุทรให้มีความสมดุล และคงอยู่ตลอดไป