Categories
สัตว์ปีก

เรื่องเล่าของเป็ด  เป็นสัตว์ปีกก็จริงอยู่ แต่มันบินได้ไม่เก่งเหมือนนก

เรื่องเล่าของเป็ด เป็ดเป็นสัตว์ปีก ในวงศ์นกเป็ดน้ำ ปากแบน ตีนแบน ระหว่างนิ้วมีพังผืดยึดติดกันเพื่อสะดวกในการว่ายน้ำ ตัวมีหลายสี เช่น น้ำตาล ขาว เขียว ชมพู ม่วง ขนาดเล็กกว่าห่าน ว่ายน้ำเก่ง กินปลา พืชน้ำและสัตว์เล็ก ๆ มีต้นตระกูลมาจากเป็ดแมลลาร์ด เป็ดเป็นนกน้ำที่มีขนาดเล็กกว่าหงส์ และห่าน และสามารถพบได้ทั้งในน้ำจืดและน้ำเค็ม เป็ดมีแหล่งอาหารที่หลากหลาย เช่น หญ้า เมล็ดข้าว พืช แมลง การเลี้ยงเป็ดมี 2 ประเภท คือ การเลี้ยงเพื่อเป็นแหล่งอาหารและการเลี้ยงเป็ดสวยงาม การเลี้ยงเป็ดเพื่อใช้เป็นอาหาร (ทั้งเนื้อและไข่) รื่องเล่าของเป็ด ชอบอยู่ในคลอง ซึ่งมีเป็นอยู่ไม่กี่พันธุ์ การเลี้ยงเป็ดเพื่อความสวยงามพบได้น้อย เนื่องจากราคาค่อนข้างแพง หายาก ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ดังนั้นจึงพบได้ในสวนสัตว์ หรือได้รับเลี้ยงดูโดยคนมีฐานะ

เรื่องเล่าของเป็ด นับว่าอาหารที่ขึ้นหน้าขึ้นหน้าหนึ่งของชาวไทย และชาวจีนอย่างหนึ่ง

เรื่องเล่าของเป็ด

มีอาหารหลากหลายเมนูที่ทำจากเป็ด เช่น เป็ดย่างไฟแดง เป็ดน้ำแดง เป็ดตุ๋น เป็ดพะโล้ เป็ดยัดไส้ และ อื่นๆ เป็นต้นและเป็ดเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่จัดอยู่ในจำพวกรื่องเล่าของเป็ด สาระน่ารู้ สัตว์ปีก มีกระดูกสสันหลัง ขยายพันธุ์ด้วยการออกไข่ก่อนแล้วจึงฟักออกเป็นตัว กินเวลานาถึง 28 วัน เป็ดเป็นสัตว์ เลือดเย็น ว่ายน้ำเก่ง นิ้วเท้าของเป็ดมีหนังยึดติดกันเป็นพืดระหว่างนิ้วเท้าทั้ง 3 นิ้ว ช่วยในการพุ้ยน้ำได้ดี เป็ดจึงว่ายน้ำได้เก่งมาก เป็ดเป็นสัตว์ปีกก็จริงอยู่ แต่บินได้ไม่เก่งเหมือนนก แต่มีเป็ดอีกชนิหนึ่ง ตัวเล็กขนาดนกพิราบ บินได้เก่งเหมือนนก เราเรียกว่า นกเป็ดน้ำ ซึ่งนกเป็ดน้ำนั้นมักอาศัยอยู่ตามเกาะเล็กๆ กลางบึงใหญ่ หรือบริเวณทะเลสาบน้ำจืดที่มีกอหญ้า

เรื่องเล่าของเป็ด

แต่ในปัจจุบันนกเป็ดน้ำ เป็นสัตว์ที่กำลังจะสูญพันธุ์ไปแล้ว เพราะว่ามนุษย์จับมันไปกินเป็นอาหารมากเกินไป ทางราชการกำลังจะจัดให้เป็นนกสงวนพันธุ์อีกชนิดหนึ่งด้วย บางคนอาจจะคิดว่าเป็ดนั้นเลี้ยงยาก แต่ในความเป็ดจริงแล้ว เป็ดเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว อาหารของเป็ด ได้แก่ หอย ปู ปลาตัวเล็กๆ เศษผัก และพืชน้ำ เช่น จอก แหน สาหร่าย บางครั้งก็เป็นข้างเปลือก รื่องเล่าของเป็ด ปากแบนตีนแบน ที่ตกหล่นอยู่ในท้องนา เป็ดที่กินข้าวเปลือก เป็นอาหารจะมีไข่แดงสีแดงจัดกว่ากินอาหารอย่างอื่น ไข่เป็นที่ขึ้นชื่อมีสีแดง คือ “ไข่เค็มไชยา” จังหวัดสุราษฏร์ธานี 

เรื่องเล่าของเป็ด

เรื่องเล่าของเป็ดทุกคนก็คงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็ดนับว่าเป็นสัตว์ที่มนุษย์ใช้บริโภคกันทั่วโลก และยังเป็นมื้ออาหารที่ขึ้นชื่อของประเทศไทยของเราและประเทศจีนอีกด้วย

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
สัตว์ปีก

นกฮัมมิ่งเบิร์ด นกที่มีความสามารถและพรสวรรค์มากที่สุด

เมื่อพูดถึง นกฮัมมิ่งเบิร์ด แล้ว หลายๆคนคงจะรู้จักกันบ้างแล้ว ซึ่งมีนักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศสได้เคยกล่าวถึงนกชนิดนี้ว่าเป็นนกที่ธรรมชาติได้ประทานพรสวรรค์ให้มากเป็นพิเศษอีกด้วย ซึ่ง นกฮัมมิ่งเบิร์ด นกที่ตัวเล็กที่สุดในโลก ที่สามารถพบนกชนิดนี้ได้ทั่วโลก ซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ และใต้ ที่อาศัยของมันคือป่าที่มีภูเขาสูง และเกาะอยู่ตามบริเวณขอนไม้ จัดเป็นนกที่มีขนาดเล็กที่สุดโลกที่มี 120สายพันธ์ ทั่วโลก มีอายุขัยเฉลี่ย 3-5ปี ซึ่งมีขนาดลำตัวเล็ก น่ารัก เมื่อโตเต็มที่มีความยาวไม่เกิน 6เซนติเมตร น้ำหนักเพียง 2กรัม ซึ่งเทียบกับสัตว์ชนิดอื่นแล้วเป็นนกที่มีขนาดตัวใหญ่กว่าแมลงวันเพียงเล็กน้อย นกฮัมมิ่งเบิร์ดยังมีปากที่ยาว เรียว และแหลม เพื่อกินน้ำหวานจากดอกไม้ มีปีกเล็กๆของมันสามารถกระพือได้รวดเร็วถึง 80ครั้งต่อวินาที จึงสามารถลอยตัวนิ่งๆอยู่บนอากาศ และสามารถบินถอยได้ อีกด้วย

นกฮัมมิ่งเบิร์ด เป็นนกที่มีความกล้าหาญชาญชัยชนิดนึง

นกฮัมมิ่งเบิร์ด
  • นกฮัมมิ่งเบิร์ดนกที่ตัวเล็กที่สุดในโลก แต่มีความกล้าหาญอย่างมาก ซึ่งสามารถเข้าปะทะกับสัตว์ที่มีขนาดใหญ่กว่ามันหลายเท่าตัวได้ โดยไม่คำนึงถึงขนาดที่เล็กกว่าเลย นกฮัมมิ่งเบิร์ดจะเริ่มผสมพันธุ์ โดยจะใช้เวลาเพียง 2-3 วินาที และทำรังโดยใช้เปลือกไม้ และตะไคร่ ใว้ฟักไข่ของมันที่มีขนาดเล็กกว่าเม็ดกาแฟ โดยใช้เวลาราว 12-16วัน ซึ่งนกฮัมมิ่งเบิร์ดตัวเมีย จะมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้เล็กน้อย และมีนิสัยที่รักสันโดษ รู้จักรักและห่วงแหนถิ่นที่อยู่อาศัย เมื่อใดก็ตามที่พวกมันพบว่ากำลังถูกบุกรุกแล้วละก็มันจะต่อสู้อย่างสุดฤทธิ์ เพื่อปกป้องที่อยู่อาศัยของมันเอง นิสัยที่ไม่ยอม และชอบต่อสู้นี่เอง ทำให้ชาวอินเดียตั้งชื่อมันว่า นกฮัมมิ่งเบิร์ดเทพเจ้าแห่งสงคราม
  • อาหารของเจ้านกฮัมมิ่งเบิร์ด นกที่ตัวเล็กที่สุดในโลก ก็คือน้ำหวานจากดอกไม้ ผลไม้ และแมลงขนาดเล็ก โดยมีน้ำหวานจากดอกไม้ซึ่งเป็นอาหารหลัก เนื่องจากนกฮัมมิ่งเบิร์ดสามารถบินได้เร็ว และกระพือปีกได้เร็วมากประมาณ 80ครั้งต่อวินาที เร็วจนสายตามนุษย์มองแทบไม่ทัน ดังนั้นแล้วน้ำหวานจึงเหมาะสมที่จะเป็นอาหารของนกฮัมมิ่งเบิร์ดที่สุดเพราะย่อยสลายเป็นพลังงานได้เร็วที่สุด
นกฮัมมิ่งเบิร์ด

ผลการจับภาพออกมาว่า นกฮัมมิ่งเบิร์ดสามารถบินได้เร็วถึง 400เท่า ของความยาวของตัวมันเอง และ นกฮัมมิ่งเบิร์ดสามารถบินถอยหลังได้ ซึ่งการใช้ชีวิตของเจ้านกฮัมมิ่งเบิร์ดส่วนมากร้อยละ 80 ของชีวิตพบว่าจะเกาะอยู่แต่บนขอนไม้เป็นนกที่แข็งแกร่ง มีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวเพื่อปกป้องอาณาเขต และต่อสู้กันเองเพื่อแย่งชิงน้ำหวานที่อยู่ในบริเวณอาณาจักรของพวกมันอีกด้วย นกเพศผู้จะมีสีสันที่สดใส และหลากหลายสีกว่าเพศเมีย ซึ่งนกฮัมมิ่งเบิร์ดเพศผู้นั้นจะบินโฉบเฉี่ยวและรวดเร็วเพื่อสร้างความประทับใจให้กับนกตัวเมียเพราะมันจะมีลีลาการบินที่ตื่นตาตื่นใจที่สุดในโลก ซึ่งการบินโฉบเฉี่ยวนั้นเป็นการบินที่เร็วมากที่สุดไม่สามาถมองด้วยตาเปล่าได้ ซึ่งเทียบแล้วยังเร็วกว่าเครื่องบินเจ็ทเสียอีก

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย:

https://gclubspecial168.com เว็บพนันมาใหม่

Categories
ความรู้ สัตว์ปีก

นกแก้ว สัญลักษณ์แห่งความสดใส ร่าเริง

สัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความร่าเริง สีสันสดใส แน่นอนว่าคงหนีไม่พ้น นกแก้ว เพราะความสวยงามและน่ารักของมันนั้น ทำให้ นกแก้วเป็นสัตว์ที่มีผู้คนนิยมเลี้ยงกันมาอย่างยาวนาน เป็นนกที่มีสีสันสวยงาม มีความฉลาด เลี้ยงง่าย ช่วยสร้างความเพลิดเพลินให้แก่ผู้คนได้เป็นอย่างดี ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความสดใส ร่าเริง 

นกแก้ว นอกจากจะหลากหลายสีแล้วยังหลากหลายสายพันธุ์ด้วย

นกแก้วส่วนใหญ่จะชอบภูมิอากาศร้อนชื้น ซึ่งประเทศไทยถือเป็นประเทศที่เหมาะสมในการเลี้ยงไม่น้อยเลย นั่นทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการเพาะนกแก้วเป็นจำนวนมาก และเนื่องจากนกแก้ว มีหลากหลายสายพันธุ์ หากใครอยากได้น้องมาเป็นเพื่อนคู่กายสักตัวนั้น ควรศึกษาเกี่ยวกับสายพันธุ์ให้ดี เพราะหากได้เลี้ยงแล้วอาจจะเปลี่ยนชีวิตไปเลยก็ได้ โดยในบทความนี้เรามีสายพันธุ์ของนกแก้วที่เป็นที่นิยมมานำเสนอ ดังนี้

นกแก้ว
  • พันธุ์คอนัวร์

สายพันธุ์ยอดฮิต ที่ได้รับความนิยมมาก นั่นก็คือ คอนัวร์ (Conure) นั่นเอง มีขนาดปานกลาง ประมาณ 8.5 – 16.5 นิ้ว ตัวกำลังดี มีสายพันธุ์ย่อยลงไปอีก มีสีสันโดดเด่น และมีนิสัยร่าเริง หวงเจ้าของมาก เรียกร้องความสนใจเก่ง เวลาเจ้าของไม่สนใจ และชอบการอาบน้ำเป็นชีวิตจิตใจ

นกแก้ว
  • พันธุ์คอกคาเทล 

นกแก้วสายสวย สุดผู้ดี ที่โดดเด่นด้วยหงอนที่ตั้งขึ้นมาด้านบน และจุดสีแดงบริเวณแก้ม เป็นสายพันธุ์ ที่รักสงบและชอบการเข้าสังคม ถ้าเจ้าของเลี้ยงอาจจะต้องใส่ใจพิเศษ เล่นด้วยบ่อยๆ เป็นนกที่ชอบฟังเพลง 

นกแก้ว
  • พันธุ์เลิฟเบิร์ด

เป็นสายพันธุ์นกแก้วที่เป็นนกปากงอ ขนาดเล็กน่ารัก ตัวเล็กนิดเดียว ประมาณ 5-6 นิ้ว เท่านั้น ที่มาพร้อมสีสันสุดโดดเด่น มีความฉลาด เฟรนลี่ ชอบเล่นกับเจ้าของ มีความซุกซนสูงมาก ชอบบินเล่น รักอิสระ สามารถปล่อยบินในบ้านได้ 

นกแก้ว
  • พันธุ์มาคอร์

สำหรับคนที่ชอบนกตัวใหญ่ๆ มีขนาดตัวใหญ่ ประมาณ 32 -35 นิ้ว และมีหลายสีสัน สวยงาม สำหรับการเลี้ยงไม่ง่ายไม่ยาก สามารถฝึกให้เชื่องได้ เป็นนกที่จำแม่น และฉลาดมาก นอกจากนี้ยังต้องการความใส่ใจพิเศษ ถ้าเจ้าของเมิน จะออกอาการเศร้าทันทีแบบเห็นได้ชัด

นกแก้ว
  • พันธุ์ฟอพัส

เป็นนกแก้วขนาดเล็กที่สุดในโลก ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน ด้วยสีสันที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร และขนาดตัวที่กะทัดรัด มีความน่ารัก เป็นกันเอง สามารถสอนได้ และไม่ค่อยส่งเสียงดังเหมือนสายพันธุ์อื่นๆ

นกแก้ว
  • พันธุ์จาร์ดีน

เป็นพันธุ์ที่ถือเป็นนกในอุดมคติของใครหลายคน เนื่องจาก พูดชัด ไม่พูดมาก เสียงไม่ดัง ไม่โวยวาย เรียบร้อย น่ารัก ฉลาดมาก เรียบร้อย สุขุม ขี้เล่นแต่ไม่มากเกินไป 

สัตว์เลี้ยงที่เป็นสีสันของบ้าน

ถือเป็นสัตว์เลี้ยงได้รับความนิยมจากคนทั่วโลก ด้วยลักษณะนิสัยที่มีความร่าเริงตลอดเวลา เลี้ยงง่าย มีสีสันสวยงาม มีความฉลาด ไม่ต้องเอาใจมากเหมือนสัวต์เลี้ยงชนิดอื่นๆ แถมหลายคนยังเลี้ยงเพื่อความบันเทิงอีกด้วย เพราะฝึกได้ สามารถฝึกให้พูด ให้ร้องเพลง ต่างๆ ก็สามารถทำได้ ด้วยความฉลาดนี้ทำให้นกแก้ว เป็นสีสันของหลายๆ บ้าน สร้างความบันเทิง สร้างเสียงหัวเราะให้กับคนในบ้านได้เป็นอย่างดี

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย:

https://ufaball.bet เว็บพนันออนไลน์อันดับ1

Categories
ความรู้ สัตว์ปีก

สัตว์ปีก หลากหลายสายพันธุ์ ความรู้รอบตัวที่น่าศึกษา

สัตว์ปีก

สัตว์ปีก มีแกนสันหลัง นั้นถือว่าเป็นสัตว์ที่พบเห็นได้ง่ายในชีวิตประจำวัน โดยผู้คนส่วนใหญ่นั้นคงจะเข้าใจว่าสัตว์เป็นสัตว์ที่มีแค่นก แต่ท่านทราบหรือไม่ว่ามี สัตว์ปีก หลากหลายสายพันธุ์ บางชนิดด้วยที่บินไม่ได้ แต่ในหลายประเทศนั้นก็จะนิยมออกลูกเป็นไข่ ฟักออกมาจะมีขนปกคลุมเลยทั้งตัว มีการเจริญเติบโตนอกตัวแม่ และที่สำคัญสัตว์ปีกเมื่อฟักออกมาแล้วนั้นจะอยู่ในความดูแลของแม่เป็นระยะเวลาหนึ่ง พอเริ่มบินได้แล้วจึงออกจากรังไปสัมผัสบรรยากาศสู่โลกภายนอก ซึ่ง สัตว์ปีก ความหลากหลายของธรรมชาติ อุณหภูมิในตัวของสัตว์ชนิดนี้จะคงที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามบรรยากาศต่างๆ โดยจะอยู่คงที่ที่ 40 องศา ดังนั้นถึงแม้ว่าสัตว์ปีกที่บินได้จะบินไปในท้องฟ้าที่สูงเพียงใด อุณหภูมิต่างๆของร่างกายก็จะคงที่ ถือว่าเป็นสิ่งที่อัศจรรย์ที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ขึ้นมานั่นเอง

สัตว์ปีก หลากหลายสายพันธุ์ ที่มีมากมายทั่วโลก

อย่างที่ท่านทราบกันดีว่าบนโลกใบนี้มันมีสัตว์มากมายหลากหลายประเภทและหลากหลายกลุ่ม ซึ่งแต่ละประเภทนั้นก็ล้วนแต่สำคัญต่อระบบนิเวศกันทั้งหมด สัตว์ปีก หลากหลายสายพันธุ์ นั้นถือว่าเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญทั้งทางพืช รวมไปถึงห่วงโซ่อาหาร ซึ่งโดยส่วนใหญ่ สัตว์ปีก มีแกนสันหลัง ที่เรียกว่านก จะเป็นผู้ล่าลำดับสุดท้ายในห่วงโซ่อาหารนั่นเอง หากพูดถึงการดำรงชีวิตในการเอาตัวรอดของนกนั้น ท่านคงจะเข้าใจว่านกจำเป็นจะต้องเคี้ยวอาหารก่อนกลืน แต่ความจริงแล้วเมื่ออาหารเข้าปากก็จะกลืนลงไปเลยโดยไม่เคี้ยว อาหารจะเคลื่อนผ่านหลอดอาหาร แล้วลงสู่กระเพาะอาหาร พักเพื่อเก็บสะสม จากนั้นจึงจะส่งต่อให้กระเพาะจริง ที่เรียกว่า กระเพาะบด (กึ๋น) ช่วยบดอาหารให้ละเอียดอีกหนึ่งครั้ง วิวัฒนาการณ์เช่นนี้ก็เพราะว่านกไม่มีฟันในปากนั่นเอง นอกจากนี้สัตว์มีปีกยังมีเรื่องที่น่าตื่นเต้นให้ท่านใดทราบอีกด้วย

  • สัตว์ปีก ที่มีเลือดอุ่น จะมีมวลน้ำหนักร่างกายที่เบามากเนื่องจากข้อกระดูกต่างๆที่ประกอบขึ้นมานั้นจะอยู่แน่นกัน โครงสร้างเหมือนรังผึ้ง การหายใจนั่นจะเอาอากาศเข้าออกจากถุงลม ซึ่งกระจายอยู่ในร่างกายเหนือปอด โดยอากาศก็จะไหลผ่านปอดไปด้วย เพราะว่ามีปอดติดกับถุงลม
  • สัตว์ปีก ความหลากหลายของธรรมชาติ จัดเป็นการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศที่จะต้องรอให้ตัวผู้มาผสมพันธุ์นั่นเอง มีการปฏิสนธิภายใน โดยจะออกลูกเป็นไข่ วางไข่บนบกที่มีความปลอดภัยจากนักล่า ซึ่งไข่ก็มีจำนวนไม่มากนักมีเปลือกแข็งหุ้มเพื่อความปลอดภัยอีกขั้น

โดย สัตว์ปีก หลากหลายสายพันธุ์ นั้นมีวิวัฒนาการและมีลักษณะการดำรงค์เผ่าพันธุ์เสมือนกับสัตว์เลื้อยคลานหลายๆอย่างเช่น ออกลูกเป็นไข่, โครงสร้างของร่างกายคล้ายคลึงกัน และยังมีสายตาที่ดีเยี่ยมอีกด้วย แต่ สัตว์ปีก มีแกนสันหลัง ที่สัตว์เลื้อยคลานบางประเภทไม่มี 

Categories
ความรู้ สัตว์ปีก

ไก่งวง สัตว์สำคัญในวันขอบคุณพระเจ้าที่ขาดไม่ได้

สัตว์ปีก

       เชื่อว่าหลาย ๆ คน คงจะรู้จักกับ “ไก่งวง” เป็นอย่างดี และมีความสำคัญมาก ๆ ในวันขอบคุณพระเจ้าของศาสนาคริสต์ ดังนั้นวันนี้เราจึงมีความรู้ดี ๆ รวมถึงเรื่องราวน่ารู้ของเจ้าไก่ชนิดนี้มาฝากกันค่ะ จะมีเรื่องอะไรน่ารู้บ้าง ไปดูพร้อม ๆ กันเลย

ไก่งวง คืออะไร มีลักษณะอย่างไร

       ไก่งวง คือ สัตว์ปีกที่มีขนาดใหญ่จัดอยู่ในประเภทเดียวกันกับนกต่าง ๆ เพียงแต่เป็นนกชนิดที่ไม่สามารถบินได้ โดยไก่งวงจะเป็นไก่มีขนาดตัวใหญ่กว่าไก่ที่เราเห็นกันทั่วไปอยู่พอสมควร โดยลักษณะไก่งวง จะเป็นนกที่มีปากสั้นมีความเรียวและบาง จะมีขนแค่ช่วงลำตัวเพราะบริเวณตั้งแต่หัวลงมาจนถึงส่วนคอนั้นจะเป็นหนังทั้งหมด ซึ่งจะมีความเหี่ยวย่นคล้ายกับหูด ส่วนหางสามารถแพนได้เช่นเดียวกับนกยูง ซึ่งจะมีขนหางอยู่ประมาณ 28-30 เส้น อีกทั้งตัวผู้และตัวเมียจะมีความแตกต่างกันบริเวณเดือย ซึ่งเป็นส่วนที่ตัวเมียไม่มีนั่นเอง

       นิสัยไก่งวงจะเป็นสัตว์ที่ชอบในการเดินจิกอาหารที่มีสีเขียว ซึ่งอาหารไก่งวงก็จะเป็นพวกพืชผักที่มีสีเขียวทั้งหลาย โดยเฉพาะผักตบชวาหรือหญ้าเนเปียร์สับที่เป็นอาหารของสัตว์หลายชนิดนั่นเอง ซึ่งน้ำหนักของไก่งวงตัวผู้จะมีหนักถึง 50-60 ปอนด์กันเลยทีเดียว ซึ่งก็ถือว่าเป็นขนาดที่หนักมากเมื่อเทียบกับไก่ทั่วไป 

ทำไมวันขอบคุณพระเจ้าต้องกินไก่งวง

       ในอเมริกาไก่งวงถูกใช้เป็นอาหารในวันขอบคุณพระเจ้า ที่เรารู้จักกันในชื่อของ “TURKEY” หรือไก่งวง วันขอบคุณพระเจ้า โดยจุดเริ่มต้นของการกินไก่งวงในวันนี้นั้นเริ่มจาก พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ที่พระองค์นั้นทรง ชื่นชอบการทานไก่งวงในวันคริสต์มาสมาก ๆ แต่ต่อมาเมื่อถึงยุคของพระธิดาของพระองค์คือควีนอลิซซาเบธ ทรงชอบการทานห่านมากกว่า แต่การทานไก่ชนิดนี้ในวันคริสต์มาสก็ยังคงสืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน ดังนั้นในวัน THANKSGIVING DAY หรือ วันขอบคุณพระเจ้าชาวคริสต์จึงนิยมกินไก่งวงกันนั่นเอง ซึ่งราคาไก่งวงในประเทศไทยจะอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาท เป็นต้นไป 

บทสรุป 

       ไก่งวง เป็นสัตว์ตระกูลเดียวกันกับนก แต่จัดเป็นนกที่ไม่มีปีก ซึ่งจะมีขนาดใหญ่กว่าไก่ธรรมดาทั่วไปอยู่พอสมควร โดยนิยมนำไก่งวงไปใช้ในวันสำคัญทางศาสนาคริสต์นั่นก็คือวันขอบคุณพระเจ้านั่นเอง 

 

 

เว็บบอล

Categories
ความรู้ สัตว์ปีก

ไก่หงอนโปแลนด์ ไก่สวยงามยอดนิยมเลี้ยงเพลิน ๆ ก็ได้ เลี้ยงไว้สร้างรายได้ก็ดี

สัตว์ปีก

       ไก่หงอนโปแลนด์ หรือ ไก่โปแลนด์ ( Polish Chicken ) จัดเป็นไก่สวยงามที่คนเลี้ยงไว้เป็นสัตว์เลี้ยงน่ารัก รวมถึงการเลี้ยงเพื่อช่วยสร้างรายได้ด้วย ซึ่งไก่สายพันธุ์นี้ไม่ได้มีต้นกำเนิดมาจากประเทศโปแลนด์ตามที่ตั้งชื่อเอาไว้ ได้มีการถูกค้นพบและเป็นที่รู้จักกันในประเทศเนเธอร์แลนด์โดยได้มีการนำเข้ามาจากประเทศสเปนอีกทอดหนึ่ง

       ว่ากันว่าไก่ชนิดนี้เป็นสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมากในสมัยก่อน จัดว่าเป็นสัตว์ปีกชนิดหนึ่งที่มีความเก่าแก่และมีประวัติความเป็นมายาวนาน ซึ่งไก่สายพันธุ์นี้ได้มีการขยายพันธุ์มาจากโซนทวีปยุโรปจากนั้นมีการนำมาขยายพันธุ์ในประเทศอังกฤษในช่วงศตวรรษที่ 17 และมีการขยายเข้ามาสู่ประเทศในอเมริกามากยิ่งขึ้น เมื่อมีการขยายพันธุ์ไปยังประเทศต่าง ๆ ด้วยความสวยงามที่ผู้คนได้พบเห็นก็ทำให้ไก่ชนิดนี้ได้รับความนิยมมากและในปัจจุบันก็ยังคงเป็นที่นิยมของบรรดาคนชอบสัตว์เลี้ยงสวยงามจากทั่วโลกอีกด้วย

ลักษณะทั่วไปของไก่หงอนโปแลนด์

       ไก่หงอนโปแลนด์จัดว่าเป็นสัตว์ปีกอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่มีความสวยงามและโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครโดยจะมีความพิเศษอยู่ตรงที่มีหงอนสูงโดดเด่นสะดุดตา มีขนาดลำตัวปานกลางไม่ใหญ่มากนัก มีน้ำหนักตัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2.75 กิโลกรัม ส่วนใหญ่จะพบว่าแม่ไก่โปแลนด์มีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 2 กิโลกรัม ไก่สายพันธุ์นี้จะมีผิวสีขาว ช่วงขาเป็นสีเทา มีขนหลากหลายสีสันซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะของแต่ละสายพันธุ์

       ลักษณะหงอนบนหัวจะมีรูปทรงวี เป็นไก่สวยงามที่มีเหนียงสีแดงสดขนาดเล็ก มีติ่งหูสีขาวขนาดเล็ก ซึ่งหากไม่สังเกตให้ดีก็อาจจะมองไม่เห็น เนื่องจากอาจจะมีขนฟู ๆ ไปปิดบังไว้ทำให้เรามองเห็นได้ไม่ชัด

       ไก่โปแลนด์นิสัยค่อนข้างขี้อายเงียบรักสงบและเป็นมิตรค่อนข้างมีความเชื่องเหมือนสัตว์เลี้ยงทั่วไปแต่อาจจะตกใจง่ายและรู้สึกตื่นตัวง่ายกว่าปกติเนื่องจากสันนิษฐานว่าเป็นเพราะหงอนไก่บนหัวบดบังการมองเห็นทำให้มีอาการตื่นตระหนกได้ง่ายในส่วนตัวผู้เขียนมองว่ามีลักษณะแปลกอีกอย่างหนึ่งคือค่อนข้างเงียบโดยปกติแล้วการเลี้ยงไก่จะค่อนข้างๆส่งเสียงดังดูง่ายๆจากไก่ในบ้านเราที่มีการเรียงความไกลห่างออกไปจากชุมชนเนื่องจากทั้งกลิ่นของมูลสัตว์และเสียงของสัตว์รบกวนเพื่อนบ้านนั้นเองอาจจะเป็นเพราะเหตุนี้จึงทำให้คนนิยมนำไก่ชนิดนี้ไปเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านนอกจากจะสวยงามแล้วก็ยังเงียบสงบไม่รบกวนคนอื่นนั่นเอง

การออกไข่ของไก่หงอนโปแลนด์

       การให้ไข่ของไก่หงอนโปแลนด์พบว่าไม่ค่อยมีความแน่นอนสักเท่าไหร่นัก โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีการให้ไข่ประมาณ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 200 ฟองต่อปีโดยเฉลี่ย เมื่อออกไข่แล้วพบว่าไม่ค่อยฟักเป็นตัว ไข่มีขนาดตั้งแต่ปานกลางถึงใหญ่ มีสีขาวลักษณะคล้ายไข่ไก่แจ้ ซึ่งกว่าจะได้ลูกเจี๊ยบไก่โปแลนด์มาแต่ละตัวจำเป็นต้องใช้วิธีการดูแลและเอาใจใส่เป็นพิเศษ ดังนั้นผู้ที่ต้องการที่จะเลี้ยงไก่สวยงามสายพันธุ์นี้จึงควรมีการศึกษาขั้นตอนและวิธีการดูแลให้ดีก่อนนำมาเลี้ยง 

       ไก่โปแลนด์สามารถให้อาหารชนิดเดียวกันกับไก่สายพันธุ์อื่นได้และควรมีการเสริมผัก-ผลไม้ให้บ้างในบางครั้ง ไก่สายพันธุ์นี้จะชอบอากาศร้อนมากกว่าอากาศเย็นจึงควรมีการสร้างโรงเรือนที่มีอุณหภูมิอบอุ่นจะช่วยให้ไก่อยู่รอดและให้ไข่ที่มีคุณภาพมากขึ้น 

ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรก ควรมีการใส่ใจประคบประหงมมากกว่าปกติเนื่องจากหงอนบนหัวไก่ยังไม่เจริญเติบโตเต็มที่หากโดนกระทบกระเทือนหรือโดนไก่ด้วยกันจิกตีก็จะทำให้ได้รับบาดเจ็บหรือตายได้ นอกจากนี้ควรจะมีการหมั่นตัดแต่งขนเป็นประจำเพื่อให้ไก่สามารถมองเห็นได้ชัดไม่มีอะไรมาบดบังสายตารวมถึงการระวังไม่ให้ขนทิ่มตาซึ่งอาจจะทำให้ตาอักเสบได้ค่ะ

 

 

เว็บบอล

Categories
ความรู้ สัตว์ปีก

นกปักษาสวรรค์ นกที่มีความสวยงามราวกับหลุดออกมาจากแดนสวรรค์

สัตว์ปีก

     นกปักษาสวรรค์ ( Bird of Paradise ) หรือ นกการเวก เป็นสัตว์ปีกที่ถูกจัดให้อยู่ในสกุล PARADISAEIDAE พบว่ามีถิ่นอาศัยอยู่ในป่าเขตร้อนแถบหมู่เกาะนิวกีนี ประเทศออสเตรเลีย และอาจจะพบได้บ้างประปรายในหมู่เกาะโมลุกกะ ประเทศอินโดนีเซีย สามารถแยกออกได้มากถึง 38 สายพันธุ์เลยทีเดียวสำหรับสัตว์ในสกุลนี้ 

     นกปักษาสวรรค์ในไทยจะเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า นกการเวก ซึ่งตามความเชื่อของไทยเชื่อว่าเป็นสัตว์ในตำนานที่อาศัยอยู่ในป่าหิมพานตที่มมีความศักดิ์สิทธิ์ โดยในอดีตขนนกปักษาสวรรค์ได้ถูกนำมาเสียบประดับบนพระมาลาของกษัตริย์ไทย

     ซึ่งได้มีข้อมูลส่วนหนึ่งระบุว่านกชนิดนี้ได้เคยถูกนำเข้ามาในประเทศไทยในสภาพไร้ชีวิตในสมัยรัชกาลที่ 4 เพื่อถวายนำมาถวายพระบามสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ฯ ด้วย ( คล้ายว่าจะเป็นในลักษณะของเครื่องบรรณาการอย่างหนึ่ง )

ลักษณะและนิสัยของนกปักษาสวรรค์ นกสวยงามที่ดึงดูดทุกสายตาที่ได้พบเห็น

     นกปักษาสวรรค์จะมีสีสันลวดลายและลักษณะที่แตกต่างกันออกไปตามลักษณะของแต่ละสายพันธุ์ แต่ก็จะมีลักษณะเด่นที่เหมือนกัน คือ ตัวผู้จะมีขนสีสันฉูดฉาดและสวยงามโดดเด่นสะดุดตาแก่ผู้ที่ได้พบเห็นซึ่งแตกต่างกันกับตัวเมียอย่างมาก โดยตัวผู้จะมีขนหางยาวในลักษณะเส้นโค้งที่มีความอ่อนช้อยสวยงามซึ่งจะโค้งหรือม้วนเป็นรูปทรงแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ที่ต่างกัน 

     ยิ่งในช่วงฤดูที่ต้องแข่งกันเกี้ยวสาวขนนกปักษาสวรรค์ก็ยิ่งมีความสวยงามมากเป็นพิเศษเพื่อใช้ดึงดูดสาว ๆ ให้เข้ามาผสมพันธุ์นั่นเอง และขนที่สวยงามโดดเด่นนี้ไม่ได้ดึงดูดได้เฉพาะนกในสายพันธุ์เดียวกันเท่านั้น แต่ยังสามารถดึงดูดนกตัวเมียต่างสายพันธุ์ได้ด้วย เรียกว่าหว่านเสน่ห์ข้ามสายพันธุ์กันเลยทีเดียว

     นกการเวก มักจะมีแหล่งที่อยู่อาศัยในผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ มีแมกไม้นานาพันธุ์ มีแหล่งน้ำอันอุดมสมบูรณ์ และอาหารที่ชื่นชอบจะเป็นจำพวกผลไม้ ลูกไม้ หนอน หรือแมลงต่าง ๆ โดยจะอยู่รวมกันเป็นฝูง ส่งเสียงดังเพื่อหาคู่และพูดคุยกัน

การเลือกคู่ การสืบพันธุ์ และการวางไข่ของนกปักษาสวรรค์

     ในขณะที่นกปักษาสวรรค์ตัวผู้ผลัดกันจีบตัวเมียโดนการอวดสีขนสวย ๆ ตัวเมียก็จะเลือกคู่ของตนเองอย่างพิถีพิถัน เมื่อเลือกคู่ได้แล้วก็จะมีการผสมพันธุ์กันเกิดขึ้นซึ่งจะใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้นโดยตัวผู้สามารถเปลี่ยนคู่เพื่อผสมพันธุ์ไปได้เรื่อย ๆ 

     หลังจากนกปักษาสวรรค์ หรือ นกการเวกตัวเมียมีการผสมพันธุ์แล้วจะวางไข่ขนาดเล็กภายหลังจากการผสมพันธุ์ จำนวน 2-3 ฟอง โดยไข่นกการเวกจะมีสีน้ำตาลอมส้ม แม่นกจะเฝ้ากกไข่ของตนอยู่เกือบตลอดเวลายกเว้นในช่วงที่ต้องออกไปหาอาหาร ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 20 วัน จึงจะฟักตัวออกมาเจริญเติบโตสู่โลกภายนอกต่อไป

 

 

ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

Categories
ความรู้ สัตว์ปีก

นกคอกคาทีล นกป่าปากขอสีสวยเด่น เหมาะสำหรับเลี้ยงไว้ดูเล่นแก้เหงา 

สัตว์ปีก

      นกคอกคาทีล ( Cockatiel ) จัดเป็นนกปากขอขนาดเล็กที่อยู่ในวงศ์ของนกกระตั้ว ( Cacatiidae ) ซึ่งในวงศ์นี้เจ้านกชนิดนี้จัดเป็นสายพันธุ์ที่เล็กที่สุด มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Nymphcus hollandicus มีถิ่นกระจายพันธุ์อยู่ในบริเวณแถบประเทศออสเตรเลียโดยมักจะอาศัยอยู่ตามบริเวณทุ่งโล่งที่ใกล้แหล่งน้ำ เป็นสัตว์สังคมที่มักจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ หรืออยู่เป็นคู่ ลักษณะการบินจะค่อนข้างมีเสียงดังจนสามารถได้ยินชัดเจน อาหารจะเป็นประเภทเมล็ดหญ้า เมล็ดพืชล้มลุก ผลไม้ และลูกไม้ขนาดเล็กที่มีอยู่ทั่วไปในป่า

ลักษณะของนกคอกคาทีลที่พบได้ทั่วไป 

      เมื่อนกคอกคาทีลโตเต็มที่จะมีขนาดลำตัวเฉลี่ยประมาณ 25 เซนติเมตรโดยนกคอกคาทีลตัวผู้จะมีสีบริเวณลำตัวเป็นสีเทา ส่วนปีกจะเป็นแถบสีขาว บริเวณหัวจะมีสีเหลืองอ่อน แก้มจะมีสีส้มแต้มอยู่มองเห็นเด่นชัด 

      ลักษณะของนกคอกคาทีลตัวเมียจะค่อนข้างคล้ายกับตัวผู้แต่บริเวณหัวจะมีสีเหลืองอมเทาและบริเวณแก้มที่เป็นสีส้มนั้นสีจะสีไม่เด่นชัดเท่ากับตัวผู้ บริเวณหางจะเป็นสีเหลืองมีลายขีดสีเทาขวางอยู่ซึ่งตัวผู้ไม่มี การแยกตัวผู้หรือตัวเมียจึงสามารถมองที่จุดสีส้มที่แก้มและละลายของหางได้นั่นเอง นกชนิดนี้จะมีอายุเฉลี่ยอยู่ได้ประมาณ 10-14 ปี ( กรณีอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ )น้ำหนักเมื่อโตเต็มวัยจะสามารถดักได้ประมาณ 70 ถึง 120 กิโลกรัม

      ปัจจุบันนี้นิยมนำมาเพาะพันธุ์ขายเป็นสัตว์เลี้ยงโดยการเพาะพันธุ์นั้น ได้มีการพัฒนาสายพันธุ์จนได้สายพันธุ์ที่มีสีสันและลวดลายสวยงามกว่าสายพันธุ์เดิม 

การผสมพันธุ์และการสืบพันธุ์ของนกคอกคาทีล

      นกคอกคาทีลผสมพันธุ์กันอย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อวัน เป็นสัตว์ที่มีการผสมพันธุ์กันค่อนข้างบ่อยหลังจากการผสมพันธุ์จะสังเกตได้ว่านกคอกคาทีลตัวเมียมักจะมีอาการเข้าออกในรังบ่อยกว่าปกติหรือมักจะหนีหลบไปอยู่ในรังปลีกวิเวกเป็นเวลานาน ๆ นั่นก็คือเป็นลักษณะของนกที่กำลังจะมีการวางไข่ โดยในการวางไข่แต่ละครั้งตัวเมียสามารถให้ไข่ได้ครั้งละประมาณ 5-6 ฟองเลยทีเดียว

      ดังนั้นสำหรับผู้ที่ต้องการเลี้ยงนกคอกคาทีลเอาไว้เป็นเพื่อนแก้เหงาจำเป็นอย่างมากที่จะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับนิสัยและธรรมชาติของนกชนิดนี้ให้มาก เนื่องจากนกชนิดนี้ต้องการความเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอในกรณีที่นกไม่สบายมันจะไม่ค่อยแสดงอาการออกมาสักเท่าไหร่นักผู้เลี้ยงควรสังเกตว่าหากนกของตนมีลักษณะอาการที่แปลกไปจากเดิมหรือไม่อย่างไร แนะนำให้พาไปพบสัตวแพทย์ที่มีความรู้ทางด้านเกี่ยวกับนกทันที ซึ่งโรคที่ควรระวังในนกชนิดนี้ก็มีอยู่หลายอย่างด้วยกัน เช่น 

-โรคใครติด คือ ลักษณะของการติดไข่ยาก 

-โรคติดเชื้อเอเวียนโปลิโอ คือ จะมีอาการท้องโต ไม่กินอาหาร ซึม และก็ตายลง

-โรคเชื้อไวรัสนิวคาสเซิล คือ อาการที่นกเป็นอัมพาต มีลักษณะคอบิด-คอเอียงอย่างเห็นได้ชัด 

      นอกจากนี้ก็ยังมีโรคอื่น ๆ อีกที่ไม่ได้หยิบยกมากล่าวถึง และไม่ว่าเราจะเลี้ยงสัตว์ชนิดไหนก็ตามผู้เลี้ยงควรมีการดูแลเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอและควรมีความรู้เกี่ยวกับสัตว์ที่ต้องการนำมาเลี้ยงด้วย เพื่อให้สัตว์มีสุขภาพที่ดี สามารถดำรงชีวิตอยู่กับเราได้อย่างมีความสุข และมีอายุที่ยืนยาว

 

 

สล็อต วอเลทไม่มีขั้นต่ํา

Categories
ความรู้ สัตว์ปีก

นกพิราบหงอนวิคตอเรีย นกฟอร์มสวยตัวใหญ่ที่บินไม่ได้

สัตว์ปีก

        นกพิราบหงอนวิคตอเรีย ( Victoria Crowned Pigeon ) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Goura Victoria จัดเป็นนกชนิดหนึ่งที่มีลักษณะรูปร่างสวยงาม มีขนาดตัวใหญ่เกือบเท่ากับขนาดไก่งวงเลยทีเดียว ถูกจัดอยู่ในวงศ์นกพิราบและนกเขา ( COLUMBIDAE ) สามารถพบนกชนิดนี้ได้ในแถบทวีปออสเตรเลียและเกาะนิวกินี และแม้ว่าจะได้ชื่อว่าเป็นนกแต่นกพิราบหงอนวิคตอเรียกลับเป็นนกที่บินไม่ได้ซะอย่างนั้น ซึ่งอาจจะเป็นเพราะมันมีขนาดตัวที่ใหญ่ก็เป็นได้

ลักษณะของนกพิราบหงอนวิคตอเรีย

        มีขนาดตัวสั้น อกตัน ขาสั้น ปีกกว้าง มีขนสีฟ้าหม่นหรือสีฟ้าอมเทา ด้านบนหัวจะมีหงอนทรงแบนซึ่งบนหงอนจะมีเส้นขนสีฟ้าอมเทาขอบสีขาวชี้แผ่เป็นแผงสวยงามมาก สีขนบริเวณอกมีสีม่วง-แดง ปากสีดำ ตาสีแดง เท้าสีม่วง-แดง พบว่าเมื่อโตเต็มที่จะสามารถมีขนาดใหญ่ได้ถึง 70 เซนติเมตร และหนักมากถึง 2 กิโลกรัมเลยทีเดียว จัดว่านกชนิดนี้เป็นชนิดที่มีขนาดใหญ่มากในบรรดานกที่อยู่ในวงศ์เดียวกัน

        โดยลักษณะนกพิราบหงอนวิคตอเรียตัวผู้กับตัวเมียจะค่อนข้างคล้ายกันมากสังเกตได้จากตัวผู้จะมีขนาดตัวใหญ่กว่าตัวเมียเล็กน้อย มักอยู่รวมกันเป็นฝูงและเนื่องจากเป็นนกที่บินไม่ได้มันจึงชอบอาศัยอยู่ตามพงหญ้าในป่าเพื่อหาอาหาร

นกพิราบหงอนวิคตอเรีย นกที่บินไม่ได้

        แม้ว่าจะถูกจัดให้อยู่ในวงศ์เดียวกันกับนกพิราบและนกเขาแต่เจ้านกพิราบหงอนวิคตอเรียกลับเป็นนกที่บินไม่ได้ โดยมันจะสามารถบินได้เพียงระยะใกล้ๆเท่านั้นซึ่งดูๆไปแล้วพฤติกรรมของนกพิราบหงอนวิคตอเรียดูออกจะคล้ายไก่เอามากๆเลยล่ะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นวิธีหาอาหารก็จะเป็นการเดินหากินตามพื้น โดยนกพิราบหงอนวิคตอเรียจะกินผลไม้ เมล็ดพันธุ์พืช แมลง มด และสัตว์ขนาดเล็กอื่นๆเป็นอาหาร โดยพฤติกรรมของนกพิราบหงอนวิคตอเรียเมื่อมันเห็นว่ามีอันตรายหรือมีศัตรูใกล้เข้ามาจะใช้วิธีแจ้งเตือนฝูงโดยการส่งเสียงร้องดังๆและจะรีบบินขึ้นไปเกาะที่สูง ( เท่าที่จะบินถึงได้ ) เพื่อสอดส่องสถานการณ์

        นกพิราบหงอนวิคตอเรียมักจะแสดงนิสัยก้าวร้าวเมื่อมันอยู่ในช่วงกำลังฟักไข่ ทั้งนี้ก็เพื่อปกป้องภัยให้ลูกน้อยของมันนั่นเองค่ะ ด้วยความที่เป็นนกที่บินไม่ได้มันจึงทำรังได้ไม่สูงมากนักซึ่งลักษณะของในการวางไข่แต่ละครั้งแม่นกจะสามารถวางไข่ได้เพียงครั้งละ 2 ฟองเท่านั้น ใช้เวลาในการฟังไข่ประมาณ 30 วัน ปัจจุบันนิยมนำนกพิราบหงอนวิคตอเรียมาเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงสวยงามซึ่งตามร้านจำหน่ายพันธุ์สัตว์ทั่วไปจะตั้งราคานกพิราบหงอนวิคตอเรียเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 1,900 บาทขึ้นไป

 

 

 

บา คา ร่า วอ เลท

Categories
ความรู้ สัตว์ปีก

เป็ดแมนดาริน ( Mandarin duck ) สัญลักษณ์ของรักแท้ที่มีแค่รักเดียว

สัตว์ปีก

      เป็ดแมนดาริน ( Mandarin duck ) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Aix galericulata เป็นนกชนิดหนึ่งอยู่ในวงศ์เดียวกันกับนกเป็ดน้ำ ( ANATIDAE ) พบมากในเขตภาคตะวันออกของจีนบริเวณลุ่มแม่น้ำอุสซูรี ,ไต้หวัน , ญี่ปุ่น , เกาหลี รวมถึงในแถบทวีปยุโรปบางส่วนอีกด้วย ในประเทศไทยสามารถพบได้ในแถบภาคเหนือและภาคกลางบ้างเล็กน้อยและจะพบได้เพียงช่วงที่นกชนิดนี้อพยพหนีหนาวมาในบางครั้งเท่านั้นเอง

เป็ดแมนดาริน นกที่สวยที่สุดในโลก !!

      เป็ดแมนดารินจัดเป็นนกสวยงามโดยเฉพาะตัวผู้จะยิ่งมีสีสันสดใสโดดเด่นสะดุดตามาก ส่วนตัวเมียสีสันจะไม่สวยฉูดฉาดเท่ากับตัวผู้และมีขนาดตัวเล็กกว่าตัวผู้ด้วย ซึ่งความสวยงามของเป็ดแมนดารินมีความโดดเด่นจนได้ชื่อว่าเป็น “ นกที่มีความสวยงามที่สุดในโลก ” ทั้งนี้เมื่อเป็ดแมนดารินเจริญเติบโตเต็มที่จะมีขนาดตัวอยู่ที่ประมาณ 48 เซนติเมตร ชอบอาศัยอยู่ตามห้วย หนอง คลอง บึง ที่มีต้นไม้ขึ้นปกคลุมเหมาะที่จะใช้เป็นที่อำพรางซ่อนตัวได้ โดยมักจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเล็กๆหรืออยู่กันเป็นคู่เกาะอยู่ตามกิ่งไม้ริมน้ำ อาหารของนกชนิดนี้จะเป็นจำพวกพืชน้ำ สัตว์น้ำขนาดเล็ก แมลง หอยทาก ฯลฯ

ความเชื่อและการผสมพันธุ์ของเป็ดแมนดาริน

      เป็ดแมนดาริน เป็นนกที่จับคู่เพียงตัวเดียวตลอดชีวิต เรียกได้ว่าเป็นนกที่มีรักแท้และมีแค่รักเดียวตลอดชีวิตก็ว่าได้จึงถูกนำไปเป็นสัญลักษณ์ของความรักแท้และความซื่อสัตย์ในรัก อีกทั้งชาวจีนยังเชื่อว่าเป็นสัตว์ที่นำพาความเป็นสิริมงคลมาให้อีกด้วย

      ในฤดูการผสมพันธุ์นกสวยงามอย่างเป็ดแมนดารินจะมีความสวยงามมากเป็นพิเศษโดยเฉพาะตัวผู้จะยิ่งมีความสวยงามเป็นพิเศษโดยจะมีสีสันสดใสฉูดฉาดมองเห็นได้ชัดเจน ทั้งนี้ก็เพื่อจะทำตัวให้โดดเด่นเป็นที่หมายปองของสาวๆนั่นเอง มักผสมพันธุ์กันในช่วงฤดูหนาวแต่เมื่อสิ้นฤดูหนาวซึ่งเป็นช่วงหมดฤดูการผสมพันธุ์แล้ว เป็ดแมนดารินตัวผู้ก็จะเริ่มผลัดขนทิ้งหมดความเป็นนกสวยงามไปโดยสิ้นเชิง หากมองเผินๆก็อาจแยกไม่ออกว่าเป็นตัวผู้หรือตัวเมียเนื่องจากคล้ายกันมาก เมื่อผสมพันธ์เรียบร้อยแล้วตัวเมียจะเริ่มหาที่ที่เหมาะสมเพื่อวางไข่และฟักไข่ โดยมันจะวางไข่ได้ครั้งละ 9-12 ฟอง ซึ่งไข่จะมีลักษณะผิวเปลือกไข่เรียบเป็นมัน มีสีเนื้อ-ครีม ใช้ระยะในการฟักไข่ประมาณ 28-30 วัน 

      ด้วยความที่เป็ดแมนดารินเป็นนกสวยงามความสวยงามสะดุดตานี้จึงมักทำให้มันถูกจับมาเลี้ยงไว้เป็นสัตว์เลี้ยงอยู่เสมอ ใครเจอก็ชอบในความสวยงามจนอยากจะจับมาเลี้ยงไว้ดูเล่นที่บ้าน แต่หารู้ไม่ว่าการทำแบบนี้ได้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตตามธรรมชาติของมันอย่างมากมีผลทำให้เป็ดแมนดารินมีจำนวนลดลงอย่างรวดเร็ว โดยในประเทศไทยได้จัดให้นกสวยงามชนิดนี้เป็นสัตว์ป่าสงวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

 

 

เว็บตรงฝากถอนไม่มีขั้นต่ํา